เครือข่าย " Loong Hong Network " เพื่อประโยชน์ของทุกคน

" Loong Hong Network "
 เพื่อประโยชน์สูงสุดของคุณทุกคน
แนะนำโอกาสที่ไม่มีความเสี่ยง



ลงทุนอะไรดี ความเสี่ยงน้อยแต่ได้มาก

     ท่ามกลางภาวะวิกฤตที่เกิดขึ้นและคงอยู่ในปัจจุบัน ดูเหมือนว่าจะจบแต่กลับมีเหตุการเข้ามาแทรกเกิดขึ้นตลอดเวลา การตั้งสติแล้ววิเคราะห์ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยให้การทำงานและการทำธุรกิจสามารถเติบโตและอยู่รอดได้ต้องอาศัยการบริหารองค์กรด้วยความยืดหยุ่น (Agility)และระมัดระวัง ซึ่งเราจะเห็นว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การทำงานและธุรกิจในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้รับแรงกดดันทั้งจากปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกทำให้ต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ รวมถึงเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว 
จึงขอนำเสนอแนวทางสำคัญในการปรับตัวให้องค์กรอยู่รอดในภาวะวิกฤตของธุรกิจมาแลกเปลี่ยนความรู้กับคุณทุกคน เพื่อให้ทุกท่านเข้าใจถึงความเสี่ยงใหม่ที่เกิดขึ้น รวมถึงสามารถนำแนวคิดจากบทความนี้ไปปรับใช้กับองค์กรของคุณได้
     
อย่าเอาแต่ความคิดที่อยากแต่จะลงทุนขอให้ใส่ใจและกังวลเรื่องความเสี่ยงไว้บ้าง แต่ถ้าคุณไม่ลงทุนเลยอาจจะเสี่ยงมากกว่า เพราะว่าเงินเฟ้อจะทำให้มูลค่าเงินในมือของคุณลดลงในทุกๆ ปี แล้วควรลงทุนอะไรดีที่ความเสี่ยงน้อยแต่ได้มาก มาหาคำตอบไปพร้อมๆ กันเลย
เทคนิคสำคัญในการลงทุนน้อยแต่ได้มากขึ้นเทคนิคสำคัญสำหรับการลงทุนน้อยแต่ได้มากคือการปรับพอร์ตอย่างเหมาะสม แม้ว่าจะเป็นการลงทุนระยะยาวนักลงทุนก็ควรปรับพอร์ตทุกๆ 6 เดือน เพื่อตรวจสอบมูลค่า ประสิทธิภาพในการทำกำไร และปรับเปลี่ยนการซื้อขายต่างๆ ให้เหมาะสมกับช่วงเวลานั้นๆ มากที่สุด

สรุป
แม้การลงทุนในกองทุนข้างต้นอาจมีความเสี่ยงน้อย แต่ผู้ลงทุนทุกคนควรคำนึงอยู่เสมอว่า “ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง” แม้จะเป็นการลงทุนที่มั่นคงก็อาจมีเหตุให้ขาดทุนได้อยู่ดี ดังนั้นควรมีการวางแผนและพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์
และในบางครั้งผลตอบแทนอาจไม่ได้มาในรูปแบบเม็ดเงินแต่มาในรูปแบบของสิทธิพิเศษต่างๆ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในหลากหลายด้าน และบริการต่างๆ ที่พร้อมจะช่วยทำให้คุณใช้ชีวิตสบายขึ้นจาก
หากคุณต้องการปรึกษาเกี่ยวกับการวางแผนการเงินหรือมีคำถามเกี่ยวกับการเงินและกองทุนทั้งหลาย สามารถปรึกษาได้


กลุ่มลูกค้าผู้สูงอายุ เป็นกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อ และพร้อมซื้อทันทีหากเป็นสินค้าหรือบริการที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตอย่างสมเหตุสมผล 

ธุรกิจผู้สูงอายุ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ประกอบการทั้งหลาย จากข้อมูลในปัจจุบันโลกกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ประเทศไทยมีประชากร กว่า 66 ล้านคน มีจำนวนผู้สูงอายุที่อายุมากกว่า 65 ปี ประมาณ 6.5 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 9.9 ของประชากรทั้งหมดของประเทศ 

จากเทคโนโลยีและการรักษาทางการแพทย์ที่พัฒนาขึ้นช่วยให้คนอายุยืนยาวขึ้น และจำนวนผู้สูงอายุจึงมากขึ้นตามลำดับ เป็นเหตุผลที่สอดคล้องซึ่งกันและกัน ธุรกิจผู้สูงอายุจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนทั้งหลาย 

วันนี้เรามี ไอเดีย ธุรกิจ รับเทรนด์สังคมผู้สูงอายุที่ต้องจับตามอง ไว้จับตลาดของลูกค้ากลุ่มผู้สูงอายุ
เสริมอาหารอาหารเพื่อสุขภาพ


กลุ่มผู้สูงอายุกับทางเลือกเพื่อสุขภาพเป็นของคู่กัน เพราะนอกจากเป็นวัยที่ต้องหมั่นทานอาหารที่มีประโยชน์ ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มักมีปัญหากับ “การเคี้ยวอาหาร” บางคนอาจเริ่มมีการใส่ฟันปลอมทำให้ต้องระมัดระวังเรื่องอาหารการกินเป็นพิเศษ 

ธุรกิจเสริมอาหารที่เคี้ยวง่ายหรือไม่ต้องเคี้ยวและเป็นเมนูเพื่อสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุจึงถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้ามากและเป็นธุรกิจที่คุณสามารถทำขายได้ที่บ้านหรือให้ลูกค้าเป็นสมาชิกแล้วสั่งผลิตภัณท์เองทางออนไลน์

ธุรกิจสามารถสร้างปันผลให้คุณ

วิธีที่ 1 แชร์ง่ายได้เงินเพิ่ม
แค่แนะนำสินค้า ชวนเพื่อนช้อปเท่านี้ก็รับกำไรขายปลีก การันตีรายได้จากกำไรขายปลีก 10% ง่ายๆ รับเงินเข้ากระเป๋า แบบเต็มๆ ได้ตั้งแต่ขายสินค้าชิ้นแรก บริษัทจัดส่งให้ ไม่ต้องลงทุนสต๊อกสินค้า

วิธีที่ 2 โบนัสรายเดือน CORE PLAN และ CORE PLUS+
คุณจะได้รับรายได้เพิ่มขึ้นอีกจากแผนธุรกิจ เริ่มต้นที่ 10% จากการแนะนำสินค้าให้กับลูกค้าหรือสมาชิก ยิ่งแนะนำมาก ยิ่งได้มาก และคุณสามารถได้รับปันผลโบนัสส่วนลดสูงสุดถึง 21%

วิธีที่ 3 โบนัสจากการสร้างทีม
คุณสามารถชวนเพื่อนของคุณเข้าร่วมทีมและให้คำปรึกษาพวกเขาในการสร้างธุรกิจจากการสร้างกลุ่มผู้บริโภคผลิตภัณท์ คุณก็จะได้รับโบนัสเพิ่ม เติมจากมีส่วนร่วมช่วยเหลือพัฒนาทีมของคุณ

คุณกำลังจะเริ่มต้นธุรที่มั่นคง
     เมื่อคุณมีผลงานที่สะสมได้ครบตามที่แผนธุรกิจกำหนด คุณเพียงแค่รอการประกาศอย่างเป็นทางการจากบริษัทให้คุณได้ขึ้นเป็นเจ้าของธุรกิจคนใหม่ระยะเวลาการรอคุณสามารถสะสมความสำเร็จต่อไปได้เลยไม่จำเป็นที่จะต้องรอการประกาศเสียก่อนแต่อย่างไร ระบบธุรกิจจะให้ความรู้ให้เป็นที่เข้าใจกับทุกคนว่า ระยะของความสำเร็จที่ดีและให้ผลของความสำเร็จมากที่สุดควรเป็นความสำเร็จในระดับที่คุณช่วยเหลือและช่วยให้คน 6 คนดำรงคุณสมบัติเป็นเจ้าของธุรกิจ คุณจะไ้ด้รับปันผลจากกลุ่มผู้ใช้ผลิตภัณท์ และปันผลมรดกที่เป็นลิขสิทธิ์จากการช่วยเหลือใครก็ตามที่สำเร็จเป็นเจ้าของบริษัทตลอดไปทุกเดือนๆไม่มีวันหมดอายุ 
     เงินปันผลที่ได้เริ่มต้น 50,000 คุณอาจเก็บไว้ใช้ครึ่งหนึ่งแล้วอีกครึ่งหนึ่งสามารถนำไปลงทุนในสินทรัพย์ของบริษัทอื่นๆทั่วไปได้ 



การลงทุนในหุ้นควบคู่ไปกับการทำธุรกิจ
     การลงทุนในหุ้นถือเป็นการนำเงินที่เรามีอยู่ไปฝากอยู่ในสถาบันการเงินในรูปแบบของการลงทุนโดยคุณจะได้ดอกเบี้ยและผลตอบแทนคล้ายธนาคารแต่สูงกว่าจะสูงหรือต่ำจะมากหรือน้อยเป็นหน้าที่ของคุณต้องไปสำรวจตรวจสอบเลือกหุ้นบริษัทที่ดีทีความมั่นคง มีผลประกอบการที่ดีมีกำไร ตามประวัติจ่ายปันผลสม่ำเสมอและเป็นบริษัทที่มั่นคง
ไม่แนะนำให้คุณลงทุนแบบดูกราฟเพราะมีความเสี่ยงเป็นการใช้เวลาที่ไม่คุ้มค่า

ตัวอย่าง ทำความรู้จัก All Time High & New High คืออะไร 
  • New High คือราคาที่ขึ้นสูงจนทำจุดสูงสุดใหม่ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง (เส้นสีเขียว) 
  • All Time High คือราคาที่ขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ ในทุกช่วงเวลาที่เคยมีมา (เส้นสีฟ้า) 
 
หุ้น New High มีลักษณะยังไง 

1. หุ้น New High = หุ้นไร้แนวต้าน
2. หุ้น New High เป็นหุ้นที่ไร้แนวต้านมักทำจุดสูงสุดใหม่เสมอ และไม่ทำราคาต่ำกว่าเดิม หรือเห็นเรียกให้ภาพชัดๆ คือ “หัวยก ตูดยกด้วย” 

กลยุทธ์การลงทุนในหุ้น New High ที่ราคาสูงแล้ว สูงอีก 

  1. ต้องดูว่าหุ้นทะลุผ่าน High เดิม แล้วจะไปต่อไหม 

  • Volume มากกว่าวันก่อนหน้า  
  • Volume ยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 5 วัน 

  1. คนมีของ (หุ้น) อยู่แล้ว ตัดสินใจ ไปต่อหรือพอแค่นี้ 

  • นักลงทุนระยะยาว เลือกถือหุ้นต่อเพราะเลือกหุ้นลงทุนด้วยปัจจัยพื้นฐาน วิเคราะห์บริษัท ตรวจเช็คงบการเงิน เลือกหุ้นแม้จะเติบโตช้าหน่อย ค่อยเป็นค่อยไปแต่ยั่งยืน 
  • นักลงทุนระยะสั้น เลือกขายบางส่วนเพื่อล็อกกำไร ส่วนที่เหลือถือไว้ลุ้นต่อ เพราะสายเล่นเก็งกำไรจะไม่ถือนานและเข้าซื้อเพราะสัญญาณทางเทคนิค เมื่อ Break แนวต้านไป 

 

  1. คนไม่มีของ (หุ้น)จะเข้าไปเล่นดีไหม ? 

  • นักลงทุนสายเก็งกำไร (Speculator) เห็น Break แนวต้านเมื่อไหร่ เคาะขวาทันที 
  • นักลงทุนสาย VI (Value Investor) หุ้นนี้แพงเกินไปแล้ว อดใจไว้รอย่อก่อน 
     

ข้อควรระวังของคนไม่มีของ (หุ้น)

ถ้าเห็น 3 สัญญาณ ได้แก่ Break แนวต้าน, Volume มา และ พร้อมรับความเสี่ยงได้ หลายท่านคงรีบเคาะขวาเก็บหุ้นทันที แต่ต้องระวังไว้ว่ายิ่งเข้าที่ราคาสูง ถ้าราคาลดฮวบ เจอวิกฤตติดดอยแน่นอน สัญญาณเตือนภัยเมื่อคุณเลี้ยวขึ้นดอยมีดังนี้... 


แนะนำให้ลงทุนแบบ DCA
     ในโลกของการลงทุน กลยุทธ์การลงทุนได้ถูกแบ่งออกเป็นหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเทรดตามกราฟเทคนิค การเทรดตามปัจจัยพื้นฐาน หรือการเลือกเล่นรายตัว ฯลฯ ซึ่งแต่ละรูปแบบต่างก็มีความยากง่ายแตกต่างกันไป แต่หนึ่งในรูปแบบการลงทุนที่เป็นที่นิยม และมักถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงบ่อยๆ นั่นก็คือ DCA หรือ Dollar Cost Averaging

ซึ่งการลงทุนแบบ DCA ก็คือการที่เรากำหนดเม็ดเงินลงทุนในสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่ง ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งแบบสม่ำเสมอและต่อเนื่อง โดยไม่สนใจภาวะตลาด เช่น นาย A อายุ 20 ปี ตั้งใจจะลงทุนแบบ DCA ในหุ้นแอปเปิ้ลอย่างสม่ำเสมอทุกเดือนเป็นจำนวนเงิน 3,000 บาทต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปีจนกระทั่งเกษียณรวย เป็นต้น

ทำไมต้องนิวทริไลท์

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารวิตามินรวมและเกลือแร่รวมที่มีส่วนผสมของสารสกัดเข้มข้นจากพืชเป็นรายแรกในอเมริกาเหนือเป็นแบรนด์วิตามินและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารระดับโลกเพียงแบรนด์เดียวที่เพาะปลูก เก็บเกี่ยว และมีกระบวนการผลิตด้วยระบบฟาร์มออร์แกนิกของตนเองที่ผ่านการรับรองแล้ว*เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ยอดขายอันดับ 1 ของไทยเป็นที่ยอมรับของคนไทย


     หลังจากที่ได้เรียนรู้เบื้องลึกของผลิตภัณท์แล้ว มีความประทับใจในคุณภาพอันยอดเยี่ยม ของผลิตภัณท์ที่ไม่เหมือนของท้องตลาดที่ให้ความประทับใจผู้ใช้ในเรื่องของ 5 ป หรือ 5 ประโยชน์ที่คุณจะได้รับจากการทดลองสัมผัสกับผลิตภัณท์  เลือกใช้โปรตีนพลัสเพราะเป็นผลิตภัณท์ใหม่ที่ได้ทำการวิจัยและพัฒนาต่อยอดผลิตภัณท์เดิมให้มีประโยชน์ ช่วยผู้บริโภคประหยัด เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพที่มาก ปลอดภัยกว่าเพราะผลิตมาจากวัตถุดิบที่พืชเป็นธรรมชาติ 100%  ปลูกด้วยเกษตรแบบออร์แกนิคไม่ใช้ปุ๋ยและยาฆ่าแมลงใดๆในกระบวนการผลิต บนฟาร์มและไร่ของเราไม่ได้จ้างใครทำ ส่งวัตถุดิบไปผลิตในโรงงานของเราที่ไม่ปล่อยมลพิษใดๆสู่ธรรมชาติ ไม่โออีเอ็มกับใคร เป็นโรงงานสีเขียวที่รักษ์โลกเราจึงไม่ต้องไปหาซื้อคาร์บอนเครดิตจากใครให้วุ่นวายและเรารับประกันคุณภาพผลิตภัณท์ของเราที่ผลิตทุกชนิด ลูกค้าจึงปลอดภัย สบายใจ ภูมิใจที่ได้ช่วยลดโลกร้อน บวกกับคุณภาพองผลิตภัณท์ที่เรามี R&D สถาบันวิจัยของเราเองมีนักวิทยาศาสตร์ของเราเอง ผลงานที่ได้ จดสิทธิบัตรไว้เรียบร้อยมีแต่เราและหุ้นส่วนทางธุรกิจคือคุณสามารถใช้ประโยชน์จากสิทธิ์บัตรในสินคัาทางการค้าได้

ฟาร์มออร์แกนิก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของผลิตภัณฑ์คุณภาพของความเชี่ยวชาญแอมเวย์ครอบครองสิทธิบัตร ทั่วโลก 750 รายการ มีทีมผู้เชี่ยวชาญด้าน Innovation & Science มากกว่า 800 คนที่ทำการทดสอบคุณภาพ สินค้ามากกว่า 500,000 ครั้งต่อปีการปรับแผนการนำเสนอ จาก Categorized Solution เป็น Superior Solution ซึ่งเป็นชุดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนิวทริไลท์ที่ตอบโจทย์ตามความต้องการเฉพาะของผู้บริโภค ได้แก่ ชุดพื้นฐานประจำวัน (โปรตีน+ดับเบิ้ลเอ็กซ์+บอดี้คีย์+น้ำมันปลา) ชุดดีต่อใจ (การ์ลิค+เลส-เตอรอล+โคคิวเท็น พลัส) ชุดก้าวไปด้วยกัน (แคลแมกดี+ออสคีพเปอร์) ชุดคลีนอัป (โพรไบโอติก หรือโพรไบ โอติก ดับเบิ้ลยู+ไฟเบอร์ พาวเดอร์) ชุดอิกไนท์ (กรีน-ที พลัส+เอ็กซ์เอส อิกไนท์ ไลท์ พาวเดอร์)

 


นอกจากนี้เรายังมีกลุ่มผลิตภัณฑ์ควบคุมน้ำหนัก Weight Management และกลุ่มผลิตภัณฑ์ Plant-based ซึ่งเป็น เทรนด์ที่มาแรง อาทิ แพลนท์ ทู เทเบิล บาย นิวทริไลท์ ผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มจากพืชแบบพร้อมทาน และผลิตภัณฑ์กลุ่มดูแลช่องปากและฟัน กลิสเทอร์การสร้างชุมชนของผู้รักสุขภาพที่จัดขึ้นสำหรับนักธุรกิจแอมเวย์ และชุมชนที่นักธุรกิจแอมเวย์นำไปประยุกต์สร้างต่อเกิดเป็นชุมชนย่อยๆ เกิดขึ้นมากมายร่วมกันให้ความรู้ความเข้าใจให้ผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพตนเองให้พร้อมและเข้มแข็ง ห่างจากโรคภัยก่อนที่จะเกิดโรคต่างๆ  ต้องเข้าไปรักษาที่โรงพยาบาล ซึ่งจะต้อง มีค่าใช้จ่ายสูงมากและไม่สามารถควบคุมได้!


     ให้คุณใช้ในการบำรุง ฟื้นฟูสุขภาพ ป้องกันสุขภาพ ให้คุณมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์สูงสุด การนำ Health & Wellness มานำเสนอก่อน หากต้องการมีสุขภาพที่ดีการทำธุรกิจจะตามมา ซึ่งปัจจุบัน ได้กลายเป็นโมเดลธุรกิจให้แอมเวย์ในต่างประเทศไปปรับใช้ในแต่ละตลาด

หวังว่าไอเดียเหล่านี้จะช่วยจุดประกายในการทำธุรกิจส่วนตัว หรือธุรกิจในกลุ่มลูกค้าผู้สูงอายุ รับรองได้ว่าธุรกิจของคุณจะไปได้ดี และเติบโตได้อย่างแน่นอน 

อะไรคืออิสรภาพที่แท้จริง
—what Freedom is?—

ลาออกจากงาน, มีอิสรภาพทางการเงิน

2 คำนี้เป็นสิ่งที่หลายคนมองหา
เพราะเราจะมีอิสระ ไม่ต้องทำอะไร ทำอะไรก็ได้ตามที่เราอยากทำ
แต่เมื่อถึงเวลาได้สิ่งที่ต้องการมา กลับรู้สึกว่า..ชีวิตตัวเองมีค่าน้อยลง

ถ้าให้ไปดูเศรษฐีในโลกนี้
วอร์เร็น บัฟเฟตต์ ยังทำงานที่ตัวเองรักจนถึงอายุ 88 ปี

เจฟฟ์ เบโซส ยังบริหารงานที่ Amazon ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นบุคคลที่รวยสุดในโลก

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ยังตั้งหน้าตั้งตาพัฒนา Facebook ไม่ได้ลาออกไปไหน ถึงแม้ว่ามาร์ก จะมีเงินมากพอที่ไม่จำเป็นต้องทำงานแล้ว

อะไรคือคำตอบ ที่ซ่อนอยู่ของสิ่งที่เกิดขึ้น?

คำตอบก็คือ “คุณค่าของชีวิต” ไม่ได้วัดกันที่อิสรภาพทางการเงิน..

ไม่ได้วัดกันที่นั่งอยู่เฉยๆ แล้วจะได้เงินเท่าไรโดยไม่ต้องทำงาน

แต่คุณค่าของชีวิต คือ การได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก แล้วสิ่งนั้นมีคุณค่าต่อคนอื่น..

วอเร็น บัตเฟตต์ ได้ทำงานเกี่ยวกับการลงทุนที่ตัวเองรัก และเขาเป็นผู้บริจาคเงินการกุศลอันดับหนึ่งของโลก

เจฟฟ์ เบโซส เชื่อว่า Amazon ของเขาจะเปลี่ยนแปลงวิถีชิวิตผู้คน

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก เชื่อว่า Facebook จะเชื่อมต่อผู้คนทั่วโลกเข้าด้วยกัน และทำให้โลกนี้ดึขึ้น

อาจไม่ต้องเป็นงานใหญ่โต ช่างซ่อมรถ คนทำขนมปัง คนทำความสะอาด หลายงานในโลกนี้ล้วนแต่มีคุณค่าต่อผู้คน

เราเป็นคนขับแท็กซี่ ถ้าเราส่งผู้โดยสารถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างปลอดภัย แม้จะเป็นระยะทางสั้นๆ แต่นั่นก็ถือว่ามีคุณค่ากว่า คนมีเงินมากมาย เดินทางไปทั่วโลก แต่ไม่ได้ทำอะไรมีคุณค่าต่อผู้อื่นเลย

เมื่อเราได้ทำงานในสิ่งที่ตัวเองรัก สิ่งนั้นพอเลี้ยงตัวเองได้ และ สิ่งนั้นมีคุณค่ากับคนอื่น นั่นคือ คำตอบของชีวิต..

ล่าสุด ดร. นิเวศน์ เขียนบทความเรื่อง กลับไปทำงานประจำ เป็นบทความที่ครบถ้วน สมบูรณ์ อยากให้ลองอ่านกัน

โลกในมุมมองของ Value Investor
ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

16 มิถุนายน 2562
===กลับไปทำงานประจำ===

​หลาย ๆ ปีก่อนในช่วงที่ตลาดหุ้นยังปรับตัวขึ้นเป็น “กระทิง” ต่อเนื่องยาวนานนั้น เรามักพบนักลงทุนโดยเฉพาะที่ยังหนุ่มแน่นอายุไม่มากเช่น 30-40 ปีหลาย ๆ คนลาออกจากงานประจำและหันมาลงทุนเต็มตัว บางคนมีเงินก้อนหนึ่งอาจจะแค่ 2-3 ล้านบาทซึ่งเขา “คิด” ว่าสามารถทำเงินแต่ละเดือนจากการเล่นหุ้นได้ 40,000-50,000 บาท ซึ่งมากพอที่จะ “เลี้ยงชีพ” ได้ ดังนั้นเขาจึงลาออกจากงานประจำเงินเดือนน้อยนิดและน่าเบื่อเพื่อเน้นเล่นหุ้นที่จะ “ได้กำไรดีขึ้น” จากการ “ทุ่มเท” กับการ “ลงทุน” อย่างจริงจัง

ในวันนี้ผมเชื่อว่าพวกเขาคงกลับมาทำงานประจำกันหมดแล้วเพราะขาดทุนหุ้นหนัก ไม่มีเงินพอเลี้ยงชีพ

นักลงทุนอีกหลายคนนั้น ประสบความสำเร็จสูงกว่าจากการลงทุนและมีพอร์ตเพิ่มขึ้นมากจนคิดว่าตนเองมี “อิสรภาพทางการเงิน” แล้ว เนื่องจากคิดว่าพอร์ตของเขาใหญ่พอที่ถ้าสามารถทำผลตอบแทนเพียงปีละ 10-20% แบบทบต้นนั่นคือได้กำไรโดยเฉลี่ยแบบนั้นทุกปีเขาก็สามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องทำงานประจำ

ตัวอย่างเช่น พอร์ตอาจจะเท่ากับ 10 ล้านบาท ได้ผลตอบแทนปีละ 12% ก็จะได้เงินกำไรมาใช้ปีละ 1,200,000 บาท หรือเท่ากับเดือนละ 100,000 บาท ดังนั้น เขาก็สามารถใช้ชีวิตที่อิสระโดยมีการลงทุนเป็นงานที่เขาชอบและเขาสามารถทำอะไรก็ได้โดยเฉพาะการท่องเที่ยวไปทั่วโลก เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ เขาไม่ได้มีภาระอะไรมากมายและก็ยังเป็นคนที่ไม่ได้ใช้จ่ายอะไรฟุ่มเฟือย ดังนั้น นี่คือ “ความฝัน” ที่เขาเคยคิดมานาน นั่นคือ เกษียณก่อนกำหนดมาก และใช้ชีวิตตามที่ตนเองชอบ ไม่มีจ้าวนายมาสั่งให้ทำอะไรที่ตนไม่ชอบ

เมื่อหลายวันก่อนผมได้พบกับนักลงทุนที่ห้างสรรพสินค้าที่ผมมักไปประจำ เขามาทักทายผมและแนะนำว่าชื่อ “เต้” เป็นคนที่อยู่แถวบ้านย่านเดียวกับผม เคยเห็นผมอยู่บ่อย ๆ แต่ไม่ได้เข้ามาทัก เราก็เลยได้คุยกัน เขาบอกว่าตนเองเป็นนักลงทุนแนว “ไฮบริด” นั่นคือใช้ทั้งหลัก VI และเทคนิคผสมกัน มักซื้อหุ้นที่กำลังร้อนแรงและเมื่อราคาขึ้นไปทำกำไรได้เป็นกอบเป็นกำก็จะขายทิ้งซึ่งก็ทำให้ “รอดตัว” เมื่อหุ้นตัวนั้นตกจนบางครั้งเป็นหายนะ เขาเล่าเรื่องการเล่นหุ้นบางตัวที่เคยร้อนแรงมากและเขาได้กำไรมากเป็น “หลายแสนบาท” ก่อนที่มันจะกลายเป็นกิจการที่กำลังล้มละลายในตอนนี้

เช่นเดียวกับหุ้นอย่าง ปตท. ในช่วงก่อนที่มันจะปรับขึ้นไปหลายเท่า เขาทำกำไรกับมันเป็นกอบเป็นกำ และนั่นก็เป็นสิ่งที่ทำให้เขา “มีอิสรภาพทางการเงิน” หลังจากลงทุนได้ประมาณ 12 ปีจากอายุ 23 ถึง 35 ปี หลังจากนั้นเขาก็เกษียณอายุออกมาเป็นนักลงทุนเต็มตัวจากการเป็นพนักงานของบริษัทข้ามชาติผู้ให้บริการ IT แห่งหนึ่ง และเป็นนักลงทุนเต็มตัวมาได้ 7 ปีแล้ว อย่างไรก็ตาม ด้วยอายุ 42 ปี เขาได้กลับเข้ามาทำงานกินเงินเดือนอีกครั้งหนึ่งตั้งแต่เดือนเมษายนปีนี้หลังจากที่ตลาดหุ้นเงียบเหงาและเขาไม่ค่อยได้ทำอะไรกับหุ้นมาประมาณ 2 ปีแล้ว หุ้นที่ถืออยู่ก็แค่ 20% ของเงินที่มีอยู่ นี่เป็นการกลับมาทำงานประจำที่ไม่ได้มาจากการที่หุ้นตกและเต้ขาดทุนหนักแต่มาด้วยเหตุผลอื่น

เมื่อเต้ตัดสินใจเกษียณตอนอายุ 35 ปีนั้น เขาคาดหวังที่จะใช้ชีวิตที่เขาชอบ เขาตัวคนเดียวไม่มีแฟนและไม่มีภาระที่จะต้องดูแลพ่อแม่แม้ว่าเขายังอยู่บ้านพ่อแม่

เขาใช้ชีวิตที่สมถะไม่ฟุ้งเฟ้อไม่เคยใช้จ่ายกับอะไรมากมาย วัน ๆ หนึ่งก็ใช้ “ไม่กี่บาท” เขาไม่ได้มีเพื่อนมากมาย เพื่อนที่เป็นนักลงทุนเขาก็ไม่ได้คบค้าเป็นเรื่องเป็นราว เขาไม่มี “ก๊วน” ลงทุนที่แลกเปลี่ยนข้อมูลหรือร่วมกันเล่นหุ้นตัวเดียวกัน เขามีแนวทางและการดำเนินชีวิตของตนเอง เขาเที่ยวต่างประเทศในช่วงต้น ๆ และก็อ่านหนังสือมาก เวลาผ่านไปหลายปีที่เขานั่งทำงานหรือลงทุนอยู่กับบ้านนั้น เพื่อน ๆ ของเขาต่างก็ทยอยแต่งงานมีครอบครัว บางคนก็คงห่างเหินกันไป ชีวิตเขาเริ่มเหงา

วันหนึ่งเขาได้อ่านพบว่าคุณหมอชื่อดังคนหนึ่งอายุ 90 กว่าปีแล้วแต่ก็ยังทำงานและบอกว่าเหตุผลของการทำงานนั้นไม่ใช่เรื่องเงินแต่เป็นการทำตัวให้เป็นประโยชน์ มีคุณค่า มีเงินแต่ไม่ทำงานนั้นชีวิตก็อาจจะไร้ความหมาย นั่นทำให้เต้เริ่มคิดว่าการลงทุนที่ตนเองทำอยู่นั้น อาจจะไม่ได้เป็นประโยชน์อะไรต่อคนอื่น นอกจากนั้น อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ เขาเริ่มคิดว่าเงินที่มีอยู่นั้นก็อาจจะไม่พอที่จะใช้ชีวิตตลอดไปเนื่องจากค่าเงินเฟ้อที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ผมเองคิดว่าผลตอบแทนของการลงทุนที่ลดลงอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมาน่าจะทำให้เขาเริ่มคิดว่า เขาอาจจะยังไม่ได้มีอิสรภาพทางการเงินร้อยเปอร์เซ็นต์ การเจ็บป่วยรุนแรงก็อาจจะทำให้ความมั่งคั่งหายไปได้อย่างง่ายดาย

เหตุผลของเต้ที่ต้องการกลับมาทำงานยังมีต่อ เขาเริ่มรู้สึกว่าการมีสังคมของเพื่อนร่วมงานในออฟฟิสนั้นเป็นสิ่งที่น่ารื่นรมย์และดีกว่าการนั่งทำงานอยู่คนเดียวที่บ้าน เขามีเวลาปรึกษาพูดคุยกับคนอื่น ดูเหมือนว่าเขาอยากจะมีความรักกับผู้หญิงซักคนที่จะเป็นคู่คิด เขาคงเห็นจากเพื่อนที่มีครอบครัวและบางคนก็อาจจะมีลูก ความเป็น “อิสระ” ที่จะทำอะไรก็ได้นั้นดูเหมือนว่าอาจจะเป็น “ภาพลวงตา” เวลาที่ยังไม่มีเราก็อาจจะอยากได้มันมาก แต่เมื่อเราได้มันมาจน “ชิน” แล้ว มันก็อาจจะเป็นชีวิตที่ไม่ค่อยมีความหมาย เราอยากมีเพื่อน เราอยากได้รับการยอมรับ เราอยากเป็นที่พึ่งของใครบางคน

สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้เต้กลับมาทำงานเป็น “ผู้จัดการ” ในโครงการเกี่ยวกับ IT ให้กับธนาคารขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในขณะนี้ด้วยรายได้ที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นเงิน 6 หลักต่อเดือน และนี่ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เต้บอกว่าเป็นสิ่งที่ดีที่คนเราจะต้องมีรายได้หลาย ๆ ทางตามแนวของหนังสือ “พ่อรวยสอนลูก” นั่นก็คือ มีทั้งเงินเดือน ปันผลหรือกำไรจากการลงทุนในหุ้น และค่าเช่าจากอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น นี่จะทำให้ชีวิตการเงินของเรามั่นคงกว่าการพึ่งการลงทุนในหุ้นแต่เพียงอย่างเดียว

ในความรู้สึกของผม สถานการณ์ที่เปลี่ยนไปคงทำให้ความคิดของเต้เปลี่ยนไป อายุและความรอบรู้จากการอ่านและศึกษาในช่วงเวลาที่ค่อนข้างว่างในฐานะนักลงทุนเต็มตัวก็น่าจะมีส่วนมาก ในยามที่อายุยังน้อย คนก็มักจะไม่ค่อยคิดถึงอนาคตที่ยาวไกล พวกเขากล้าเสี่ยงกว่า พวกเขามีเพื่อนที่มีเสรีภาพมากกว่าในชีวิตเพราะไม่มี “ภาระ” อะไรที่จะต้องรับผิดชอบซึ่งทำให้รู้สึกสนุกสนานรื่นรมย์ แต่ทั้งหมดนั้นในไม่ช้าก็จะต้องเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ถึงตัวเราไม่เปลี่ยนแต่คนอื่นรวมถึงเพื่อนฝูงและคนรอบตัวก็เปลี่ยน ดังนั้น ความคิดและมุมมองต่อโลกของเราก็มักจะเปลี่ยน

ผมเองเห็นด้วยกับเต้ในการกลับมาทำงานประจำ มันไม่ใช่เรื่องของความล้มเหลวของการลาออกจากงานมาเป็นนักลงทุนเต็มตัวตั้งแต่อายุ 35 ปีด้วยเงินที่ “ยังไม่เพียงพอ” และยังไม่ได้มี “อิสรภาพทางการเงิน” จริง ๆ เขาอาจจะตัดสินใจ “ผิดพลาด” เพราะในยามนั้นเขาอาจจะยังมีประสบการณ์ไม่เพียงพอและความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนและผลตอบแทนที่ได้รับก็ยังไม่ถูกต้องเฉพาะอย่างยิ่งที่อาจจะคิดว่าการลงทุนจะได้ผลตอบแทนสูงอย่างที่เคยได้รับไปเรื่อย ๆ และค่าใช้จ่ายที่คิดว่าจะคงที่ไปเรื่อย ๆ แต่สิ่งที่ผมรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ดีมากก็คือ เต้กล้าตัดสินใจกลับมาทำงานและดูเหมือนว่าจะมีความสุขที่ได้ทำในสิ่งที่เขาเคย “หนี” จากมา เพราะผมเชื่อว่า ด้วยอายุขณะนี้และฐานะการเงินที่เป็นอยู่ เขาควรที่จะยังทำงานประจำที่มีรายได้ที่มีนัยสำคัญและมั่นคง มีสังคมที่หลากหลาย โดยที่การลงทุนนั้นน่าจะเป็นกิจกรรมรองที่สำคัญอย่างยิ่งแต่ไม่ได้ใช้เวลามาก ซึ่งนั่นก็หมายความว่ามันเป็นการลงทุนระยะยาว อาจจะเป็นแบบ VI หรือลงทุนในกองทุนอิงดัชนีในตลาดหุ้นที่ยังโตและมีอนาคต

ประสบการณ์ส่วนตัวของผมเองนั้น ผมเกษียณตัวเองเมื่ออายุ 50 ปีต้น ๆ เพื่อมาเป็นนักลงทุนเต็มตัว ในวันนั้น ผมเองพร้อมเต็มที่ในทุกด้านที่จะใช้ชีวิตอย่างเสรีและมีความสุขที่ได้ “หนี” ออกจากงานประจำที่น่าเบื่อและ “อันตราย” ถึงวันนี้ผมคิดว่าผมตัดสินใจถูกต้องและจะไม่หวนกลับไปทำงานที่ไม่ชอบอีกเลย พอร์ตหุ้นของผมในตอนนั้นใหญ่พอที่จะสร้างรายได้ต่อปีสูงกว่า 5 เท่าของรายได้จากการทำงานประจำ นอกจากนั้น ผมเองก็สามารถใช้ชีวิตที่มี “คุณค่า” นั่นก็คือการเผยแพร่ความรู้ทางการลงทุนผ่านข้อเขียนและสื่อต่าง ๆ เช่นเดียวกับชีวิตสังคมและครอบครัวที่ “ลงตัว” หมดแล้ว ซึ่งทั้งหมดก็คือเงื่อนไขสำคัญก่อนที่เราจะเกษียณจากงานประจำ ผมคิดว่าวันหนึ่งเต้เองก็อาจจะกลับไปเกษียณก่อนกำหนดอีกครั้งก็เป็นได้เมื่อทุกอย่างพร้อม อาจจะอีก 10 ปีข้างหน้าเมื่อเขาอายุ 50 ต้น ๆ อย่างที่ผมเคยทำ และวันนั้นก็จะเป็นวันที่เขามีความสุขที่แท้จริง

 

บทความนี้มีคนส่งให้ผมอ่านอีกทีนึง ไม่ทราบแน่ชัดว่าใครเขียน แต่เขียนและสรุปได้ดีมากๆ ใครที่อ่านจบแล้ว ผมคิดว่าน่าจะเปิดมุมมองในการจำกัดคำว่า ‘อิสรภาพ’ ใหม่ๆ ของตัวเองได้บ้าง–ไม่มากก็น้อย

ขอขอบคุณบทความและภาพจาก
https://gurugurubangna.com/whatisfreedom



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ศึกษาระบบต่างๆของธุรกิจ ช่วยคนให้มีรายได้เสริม

สร้างเสร็จแล้วระบบจะสร้างปันผลให้คุณ